Makerspace พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์ของโรงเรียนบ้านปลาดาว

Maker Education อาจฟังดูเป็นคำใหม่ในประเทศไทย แต่แนวทางการเรียนรู้แบบใหม่นี้ ถือกำเนิดขึ้นมากว่า 10 ปีในโลกตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา การเรียนรู้ผ่านการสร้างสรรค์ได้รับความสนใจและก่อเกิดเป็นความเคลื่อนไหว (movement) ทางวัฒนธรรมแบบใหม่ ทั้งมีงานแฟร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Maker Faire และมีพื้นที่เพื่อให้คนที่สนใจมาประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เรียกว่า Makerspace เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ประกอบกับราคาของอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างชิ้นงานเทคโนโลยีที่ถูกลง ทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมได้ง่ายกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต ความนิยมนี้ไม่เพียงเกิดขึ้นในหมู่นักประดิษฐ์ แต่ยังแทรกซึมส่งอิทธิพลสู่โลกการศึกษา เนื่องจากสอดคล้องกับแนวคิดด้านการศึกษาที่สำคัญ เช่น Constructivism และ Contructionism ที่เชื่อว่าเด็กประกอบสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองผ่านการลงมือทำ ที่สำคัญ Maker Education ยังสอดคล้องเป้าหมายการศึกษาในปัจจุบัน ที่ต้องการนักเรียนเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมแทนการผลิตซ้ำความรู้เดิม องค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของ Maker Education คือ Makerspace หรือสถานที่ที่คนเข้ามาสร้างชิ้นงานโดยมีอุปกรณ์ วัสดุ เครื่องมือให้ใช้ มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแบ่งปันความรู้และให้คำแนะนำได้ โดยระดับความพร้อมของอุปกรณ์ของแต่ละ Makerspace อาจจะแตกต่างกันไป ทั้งที่มีเครื่องมือไฮเทค เช่น เครื่องตัดเลเซอร์ เครื่องจำลองภาพสามมิติ ไปจนถึงอุปกรณ์ทำงานประดิษฐ์ทั่วไป ในต่างประเทศ Makerspace มีทั้งที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือ ผันตัวมาจากห้องสมุดประชาชน หรือ ดำเนินการโดยเอกชน ส่วนในประเทศไทย เริ่มมี Makerspace ของมหาวิทยาลัย (เช่น KX : KMUTT Knowledge Xchange) และที่เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ (เช่น Chiang Mai Maker Club) และในโรงเรียนนานาชาติบางแห่ง (เช่น International School Bangkok) แน่นอนว่าการสร้าง Makerspace มีค่าใช้จ่ายไม่น้อยทั้งในการจัดหาเครื่องมือ วัสดุสิ้นเปลือง และการเตรียมความพร้อมให้ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำ จึงดูเป็นไปได้ยากที่จะเกิดขึ้นในโรงเรียนไทยโดยเฉพาะโรงเรียนในชนบท แต่โรงเรียนบ้านปลาดาว ในจ.เชียงใหม่ ได้ทดลองและพิสูจน์ว่า เป็นไปได้ที่โรงเรียนไทยจะสร้าง Makerspace ในแบบของตัวเองควบคู่กับการเรียนรู้แบบใหม่ที่ทำให้นักเรียนสร้างสรรค์ได้มากกว่าเดิม